ตอนปี3 เป็นที่รู้กันว่าจะมีทุนเข้ามามากมายให้นักศึกษาเลือกสมัคร
ทั้งแบบทุนรัฐบาล ทุนjasso และทุนส่วนตัว
ซึ่งทุนที่ใหม่ได้ไปนั้น เป็นทุนส่วนตัว/ เรียกกันว่าprivateค่ะ
private ในทีนี้หมายถึง การไปเรียนกับมหาวิทบาลัยที่ทำสัญญาคู่กับมหาลัยของเรา
โดยไม่เสียค่าเล่าเรียน แต่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆทั้งหมดนั่นเอง
จริงตอนแรกที่สมัคร สมัครทุน Jassoค่ะ แต่ไม่ได้ T^T
(ออกค่าเล่าเรียน+ให้ค่าใช้จ่าย80000เยนต่อเดือน)
(ออกค่าเล่าเรียน+ให้ค่าใช้จ่าย80000เยนต่อเดือน)
ตอนนั้นมีหลายมหาลัยให้เลือก ซึ่งแต่ละที่มีโปรแกรมการเรียน เงื่อนไข และจำนวนรับเข้าต่างๆกันไป
ส่วนมากจะรับ1-2คน ทำให้สร้างความสับสนลังเลพอสมควร
จนถึงขั้นมีหลายคนเกลียดกันไปเลยก็มี เพราะแย่งไปมหาลัยเดียวกัน แต่เขารับแค่คนเดียว เป็นต้น
ขั้นตอนการสมัครก็ รอดูข่าวทุนที่ตนเองสนใจ
ดูเงื่อนไข คุณสมบัติของผู้สมัครที่เขาระบุไว้
ถ้าพิจารณาแล้วว่าเข้าข่ายที่เขาระบุ ก็ปริ้นใบสมัครออกมาได้เลยค่ะ
(ส่วนมากมีโพสไว้ที่หน้าเวบของมหาวิทยาลัยนั้น แต่บางที่ก้จะส่งใบสมัครมาให้ฝ่ายวิเทศสัมพันธืของมหาวิทยาลัยด้วย)
เเล้วกรอกเอกสาร เขียนเรียงความ เตรียมใบทรานสคริป บลาๆ
แล้วแต่ตามแต่ละมหาลัยเขาจะระบุในเอกสารสมัคร
จากนั้นก็ยื่นสมัคร ผ่านทางฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ของคณะ
ซึ่งเขาก้จะเอาไปคัดเลือกอีกที ว่าจะส่งใครไปสมัครทุนนั้นๆ เพราะบางทุนก้มีคนสมัครมาเกินกว่าจำนวนที่รับ
(คาดว่าน่าจะดูจะเกรดเป็นหลัก ความประพฤติเป็นรองค่ะ -*-)
ตอนนั้น จริงๆแล้วอยากไป โออิตะ เมืองบ่อน้ำร้อน ที่อยู่แถบคิวชู
แต่เห็นเพื่อนสมัครไปแล้ว เลยเปลี่ยนที่ดีกว่า
แล้วก้มาเจอทุนของมหาวิทยาลัยริวกิว โอกินาว่า ซึ่งไม่ม่ีคนสมัครเลย
แต่เห็นเพื่อนสมัครไปแล้ว เลยเปลี่ยนที่ดีกว่า
แล้วก้มาเจอทุนของมหาวิทยาลัยริวกิว โอกินาว่า ซึ่งไม่ม่ีคนสมัครเลย
อาจเป็นเพราะโอกินาว่าอยู่ค่อนข้างไกลจากเกาะใหญ่ ทำให้เข้าใจว่าเดินทางท่องเที่ยวลำบาก
ทุกคนเลยสนใจทุนมหาวิทยาลัยที่อยู่เกาะใหญ่กันมากกว่า
ตอนนั้น ยอมรับเลยว่าตัวเองไม่มีความรู้ใดๆเกี่ยวกับเมืองนี้เลย นอกจากว่าเป็นเมืองที่มีทะเลสวย
- -
บางทีก็เอือมตัวเองเหมือนกัน 555
เลือกแบบไม่รู้อะไรเลย
- -
บางทีก็เอือมตัวเองเหมือนกัน 555
เลือกแบบไม่รู้อะไรเลย
พอสมัครไปเรียบร้อยแล้วถึงมาค้นหาประวัติของโอกินาว่าดูในอินเตอร์เน็ตและหนังสือต่างๆ
โปรแกรมที่เลือกสมัครชื่อว่าSTRP เลือกMajor studies course สังกัดคณะLaw and Letterค่ะ
----------------------------------------------
มารู้จักเมืองโอกินาว่าที่รักของใหม่กันค่ะ
โอกินาว่า เมืองชายทะเลเล็กๆ อากาศดี ผู้คนน่ารักครุคริ
โอกินาว่าอยู่ห่างจากเกาะใหญ่ของญี่ปุ่น
จนบางแผนที่ก็ไม่ได้นับโอกินาว่าว่าเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น(น่าสงสารจุง)
เมื่อก่อน โอกินาว่าเป็นอาณาจักรหนึ่งที่เรียกว่า 'ริวกิว' 琉球王国
แล้วในภายหลังถึงถูกผนวกรวมเข้ากับญี่ปุ่น
ทำให้วัฒนธรรมของโอกินาว่ามีความเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากเกาะใหญ่อย่างมาก
(ลองดูหนังเรื่อง Tempest มาซึรุ วีรสตรีกู้บัลลังค์ ได้ค่ะ จะทำให้เข้าใจได้คร่าวๆ)
โอกินาว่าอยู่ห่างจากเกาะใหญ่ของญี่ปุ่น
จนบางแผนที่ก็ไม่ได้นับโอกินาว่าว่าเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น(น่าสงสารจุง)
เมื่อก่อน โอกินาว่าเป็นอาณาจักรหนึ่งที่เรียกว่า 'ริวกิว' 琉球王国
แล้วในภายหลังถึงถูกผนวกรวมเข้ากับญี่ปุ่น
ทำให้วัฒนธรรมของโอกินาว่ามีความเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากเกาะใหญ่อย่างมาก
(ลองดูหนังเรื่อง Tempest มาซึรุ วีรสตรีกู้บัลลังค์ ได้ค่ะ จะทำให้เข้าใจได้คร่าวๆ)
โอกินาว่าเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะริวกิว ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น
สภาพอากาศร้อนชื้น คล้ายกับเมืองไทย มีพายุเข้าบ่อยครั้ง
สภาพอากาศร้อนชื้น คล้ายกับเมืองไทย มีพายุเข้าบ่อยครั้ง
เป็นที่ตั้งของฐานทัพอเมริกา ทำให้ในเกาะมีฝรั่งอยู่เกือบครึ่งเลยทีเดียว
ซึ่งย่านที่คนอเมริกาอยู่ ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นอีกเมืองนึงไปเลยค่ะ
ในหมู่เหาะริวกิวนี้ก็จะมีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจัดกระจายในวงกว้าง
ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายสีขาว น้ำทะเลสีคราม และเป็นแหล่งดำน้ำอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียวค่ะ
ซึ่งย่านที่คนอเมริกาอยู่ ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นอีกเมืองนึงไปเลยค่ะ
ในหมู่เหาะริวกิวนี้ก็จะมีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจัดกระจายในวงกว้าง
ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายสีขาว น้ำทะเลสีคราม และเป็นแหล่งดำน้ำอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียวค่ะ
No comments:
Post a Comment