Thursday, April 3, 2014

OKINAWA 01-The First Time

26.03.2011
ในที่สุด
ถึงแล้วค่ะ โอกินาว่า
เครื่องลงที่ สนามบินนาฮา
พอลงจากเครื่องก้นั่งรถบัสเล็กๆมาที่ตัวอาคาร ซึ่งไม่ใหญ่มาก
คล้ายกับสถานีนครชัยแอรืของบ้านเราเลยทีเดียว
รูปจากเวบญี่ปุ่นค่ะ
สนามบินจะมี 2 อาคารคือระหว่างประเทศ กับในประเทศ ซึ่งไม่ได้เชื่อมต่อกันค่ะ
อาคารที่ใหม่ลงเครื่องคืออาคารระหว่างประเทศนั้นเป็นตึกชั้นเดียว เล็กๆ
ส่วนตึกภายในประเทศนั้นมีหลายชั้นค่ะ ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว
จากนั้นก็ต่อแถวส่งเอกสารให้ตม. ถ่ายรูปบันทึกไว้ สอบถามเล็กน้อย
ซึ่งของเราเป็นวีซ่านักเรียน1ปี ผ่านได้ชิวเลยค่ะ
ของคุณอาที่เป็นวีซ่าท่องเที่ยวก็ผ่านชิวเหมือนกัน จากนั้นก็ไปรอรับกระเป๋า
ลากสัมภาระออกมา ใจเต้นตึกตัก
จากนี้ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนยังไงต่อ ทำได้แต่รอเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยมารับไปส่งที่โรงแรมค่ะ
ที่พักโรงแรม เพราะใหม่ไปเร้วกว่ากำหนดที่ทางมหาลัยแจ้งไว้ราว 1 สัปดาห์ จึงยังเข้าหอไม่ได้
และก็มีคุณอาไปด้วย เลยเลือกนอนดรงแรมในเมืองดีกว่าจะได้เที่ยวไปในตัวค่ะ
ไม่ทันไรก็เจอเจ้าหน้าที่แล้วค่ะ เป็นผู้หญิงวัยกลางคนชื่อคุณยามาดะ แมรี่
หลังจากทักทาย ให้ของฝาก(ตามะรรมเนียมญี่ปุ่น)ที่ซื้อจากสนามบินไต้หวัน
คุณแมรี่ก็พาไปขึ้นรถคันน้อยของแก เพื่อพาเราไปโรงแรม

ตอนนั้นเป้นเวลาเกือบทุ่ม
อากาศเย็นๆ เหมือนเย็นใหม่ช่วงปลายฝนต้นหนาว
ในรถคุณแมรี่
รถที่ญี่ปุ่นคันเล็กมากค่ะ ตอนอยู่ไทยเห็นนิสสันมารช์ ก็รู้สึกว่าเล็กแล้ว
แต่พอเทียบกับรถญี่ปุ่นแล้ว ของที่นี่เล็กกว่าค่ะ
กำหนดจำนวนผุ้โดยสารอย่างเคร่งครัดด้วย โดยจำแนกประเภทความจุรถด้วยทะเบียนสีต่างๆค่ะ
ถ้าจำไม่ผิดทะเบียนสีเหลืองนั่งได้ 4 คนรวมคนขับ ส่วนสีขาวได้ 5 คน มั้งคะ

ที่ญี่ปุ่นจะนิยมใช้รถคันเล็กๆมากค่ะ เพราะประหยัดพื้นที่จอดรถ
และแล้วก็มาถึงโรงแรมค่าาา
ชื่อโรงแรม Libre Garden Hotel リブレガーデンホテル
อยู่เขตOmoromachi ในตัวเมืองNaha ใกล้กับสถานีรถMomorail (ที่โอกินาว่าไม่มีรถไฟเหมือนญี่ปุ่นเกาะใหญ่นะคะ มีแค่โมโนเรล 2สาย คือสายไปและสายกลับ วิ่งแค่ในตัวเมืองNahaเท่านั้นเอง)
อยู่ใกล้กับ DFS (Duty Free shop)และNaha Main Place ซึ่งเป็นห้างใหญ่ด้วยค่ะ
หลังจากcheck-inเสร็จแล้ว ยังไม่ได้เอาของขึ้นห้องค่ะ
เนื่องจากต้องฟังการชี้เเจงเรื่องเอกสารต่างๆที่ต้องกรอกลงทะเบียนเรียน
และข้อปฏิบัติต่างๆก่อน

ของกองเต้มล็อบบี้เลยทีเดียว
พอคุยเรื่องเอกสาร กำหนดการต่างๆเสร็จแล้ว
ก็ลาคุณแมรี่ แล้วใหม่กับคุณอาก็เอาของขึ้นไปเก็บบนห้อง
ก่อนจะออกไปหาอะไรกินกัน
เอิ่ม โถงตรงประตูห้องแคบไป หรือกระเป๋าใหญ่ไปนะ -*-

ออกมาด้านหน้าดรงแรม ข้างนอกเริ่มมืดสนิทแล้ว
หัวค่ำอยู่ ก้ยังมีรถวิ่งไปมาอยู่บ้าง
ข้ามสวนเล็กๆหน้าโรงแรมมาฝั่งห้าง เจอร้านร้อยเยน กับร้านอาหาร
เลือกเข้าร้านอาหารอิตาลี่เลยค่ะ 555
เพราะดุคนน้อย ถ้าเราไปรุงรังตามประสาต่างด้าว เขาน่าจะมีเวลารับมือกับเราได้ง่าย

จานใหญ่มากกกกกกกก จากรูปนี่คือปริมาณที่เหลือจากกินกินอิ่มแล้วนะคะเนี่ยยยยย
สนนราคามื้อนี้ 1พันกว่าเยนค่ะ

จากนั้นก็ออกจากร้านอาหารไปชอปขนมที่ร้านร้อยเยนต่อ อิอิ

Wednesday, April 2, 2014

OKINAWA 01-ณ สนามบินนานาชาติไทเป

26.03.2011

หลังจากขึ้นเครื่อง China Airline
กินข้าวจัดเต็มมากค่ะ
น่ากินไหมละ อิอิ :))


หลังจากกินเสร้จก็นั่งอ่านนิยายที่พกไป เล่นเกมส์ ฟังเพลง
หลับไปสองตื่นในที่สุด ก็มาถึงงงงงงงงงงงงงง

สนามบินนานาชาติไทเป...ค่ะ
(โอกินาว่าของพี่ ยังอีกห่างไกล)


ท่าอากาศยานไต้หวัน เถาหยวน เดิมคือท่าอากาศยานนานาชาติเจียงไคเช็ก
ตั้งอยู่ที่เมืองเถาหยวน ไต้หวัน
เป็นท่าอากาศยานที่มีขนาดใหญ่ และที่หลักของสายการบินChina Airline




วันที่ไปถึงอุณหภูมิราวๆ 12 องศาค่ะ
อากาศมัวซัว น่านอนมากกกก




จากตั๋ว ดูเหมือนว่าเราต้องรอTransit เครื่องที่นี่ ราวๆ 3 ชม ซึงไม่พอให้เราออกไปลั๊นลาข้างนอก
แต่ในสนามบินก้ใหญ่โตกว้างขวางมากๆๆ ค่ะ
มีโซนให้บริการคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นอินเตอร์เน็ต
และมีไวไฟ ทั้งชั้นค่ะ (ไม่แน่ใจว่าทั้งตึกรึป่าว เพราะนั่งรออยู่แค่ในชั้นนั้นไม่ได้ออกไปไหน)
ร้านขายสินค้าต่างๆ พวกขนม ของฝาก
หรือแม้แต่กระทั่งเครื่องสำอางค์และกระเป๋าแบรนด์เนมก็มีค่ะ

จากที่ค้นข้อมุลในเน็ตมา เจอว่าถ้าเรามีวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุของอเมริกา
แคนาดา ญี่ปุ่น อังกฤษ อียู ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
สามารถเข้าไปเที่ยวในไตหวันได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าค่ะ แต่ต้องไปกรอกข้อมุลในเวบไซต์ www.taiwanembassy.org ก่อน แล้วปริ้นท์เอกสารตัวนั้นมายื่นแนบกับpassportตอนผ่านตม.
แล้วก็ซื้อตั๋วรถเข้าไทเปได้เลยค่ะ แต่ต้องคำนวณเวลาดีๆนะคะ ไม่งั้นมีหวังตกเครื่อง
เพราะถ้าเข้าไทเปแค่ขาไปอย่างเดียวใช้เวลาประมาณเกือบ 2 ชม.เลยค่ะ ไปกลับอาจนานถึง 3 ชม.
(อันนี้ลองหาข้อมูลจากผู้รู้ในpantipมานะ มิเคยไปเอง)
หรือบางคนก้จะแนะนำTransit tourค่ะ
สำหรับคนที่รอเปลี่ยนเครื่องนานๆ ดังนั้น ลองไปสอบถามที่เคาท์เตอร์บริการได้เลยค่าา



กลับมาที่เรื่องของเราต่อ ช่วงระหว่างที่รอเปลี่ยนเครื่อง เนื่องจากจะออกไปโต๋เต๋ข้างนอกคงไม่ทัน
เลยเดินเล่นดูความอลังการของสนามบินนานาชาติไทเป หรือสนามบินเถาหยวน ฆ่าเวลาไปพลางๆค่า


พุ่งเข้าไปเช็คอิน(facebook)ที่นี่โซนแรกเลย
เป้นมุมให้บริการคอมพิวเตอร์เล่นอินเตอร์เน็ตค่ะ มีทีวีให้ดูด้วย
แต่ในตึกก็มีไวไฟนะคะ ถ้าใครพกอุปกรณ์ไปเองก็เปิดเล่นได้สบายๆ



ออกไปเดินด้านนอกกันบ้าง


มีร้านDuty free เยอะมากค่ะ
แต่จะซื้อก็กลัวแบกของหนัก
(เอาจริงๆ กลัวเงินไม่พอ ชีวิตนักศึกษาแลกเปลี่ยนช่างอาภัพนัก T^T)



มีโซนเด็กเล่นด้วยค่ะ น่ารักดี

เดินไปเดินมาบังเอิญเจอเจ้านี่ค่ะ
เป็นตู้ขายโปสการ์ดหยอดเหรียญ เลยจัดการไปหาเหรียญมาจัดการซ่ะเลย อิอิ

ตอนอยู่ในสนามบินจะใช้เงินเยน หรือดอลลาห์ซื้อของก็ได้นะคะ
แต่เขาจะทอนมาเป้นไงไต้หวันค่ะ


พอส่งโปสการ์ดแล้ว
ก็เลิกเดินเวิ่น แล้วพากันไปนั่งรอหน้าเกจขึ้นเครื่องค่ะ

เดี่ยวจะได้เจอกันแล้วนะ โอกินาว่า :))

OKINAWA 01-ออกเดินทาง

26.03.2011

ขึ้นเครื่องเช้าาาาา แปดโมงกว่าๆที่สุวรรณภูมิ
ไปโดยสายการบิน China Airline ค่ะ เพื่อความประหยัดเงินและเวลาเพราะโอกินาว่าอยู่ค่อนข้างใกล้กับไต้หวัน

เจ้าเครื่องบินนี้จะพาเราไปถึงสนามบินนานาชาติที่ไทเป แล้วเปลี่ยนเป็นเครื่องเล็กกว่าหน่อยไปโอกินาว่าค่ะ

ออกเช้าา ถึงโอกินาว่าราวๆ 6โมงเย็น
รอเปลี่ยนเครื่องที่ไทเปราวๆ4ชม. (นานเว่ออออ จะทำไรเนี่ย)

รอขึ้นเครื่องง ตื่นเต้นมากกก
เนื่องจาก เป็นการไปต่างประเทศครั้งแรก แถมไม่นานมานี้ยังมีทซึนามิ โรงไฟฟ้าระเบิดอีก
รอบนี้ อาเลยไปด้วย

ตอนเช้าตรู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ



ตื่นเต้นมากกก ไม่ได้ขึ้นเครื่องนานแล้ววว



จากหน้าต่างที่นั่ง เห้นปีดเครื่องบินด้วยยย
อากาศอึมครึมมาก ไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่เลย



Intro To Okinawa


ตอนปี3 เป็นที่รู้กันว่าจะมีทุนเข้ามามากมายให้นักศึกษาเลือกสมัคร
ทั้งแบบทุนรัฐบาล ทุนjasso และทุนส่วนตัว
ซึ่งทุนที่ใหม่ได้ไปนั้น เป็นทุนส่วนตัว/ เรียกกันว่าprivateค่ะ

private ในทีนี้หมายถึง การไปเรียนกับมหาวิทบาลัยที่ทำสัญญาคู่กับมหาลัยของเรา
โดยไม่เสียค่าเล่าเรียน แต่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆทั้งหมดนั่นเอง


จริงตอนแรกที่สมัคร สมัครทุน Jassoค่ะ แต่ไม่ได้ T^T
(ออกค่าเล่าเรียน+ให้ค่าใช้จ่าย80000เยนต่อเดือน)




ตอนนั้นมีหลายมหาลัยให้เลือก ซึ่งแต่ละที่มีโปรแกรมการเรียน เงื่อนไข และจำนวนรับเข้าต่างๆกันไป
ส่วนมากจะรับ1-2คน ทำให้สร้างความสับสนลังเลพอสมควร
จนถึงขั้นมีหลายคนเกลียดกันไปเลยก็มี เพราะแย่งไปมหาลัยเดียวกัน แต่เขารับแค่คนเดียว เป็นต้น

ขั้นตอนการสมัครก็ รอดูข่าวทุนที่ตนเองสนใจ
ดูเงื่อนไข คุณสมบัติของผู้สมัครที่เขาระบุไว้
ถ้าพิจารณาแล้วว่าเข้าข่ายที่เขาระบุ ก็ปริ้นใบสมัครออกมาได้เลยค่ะ
(ส่วนมากมีโพสไว้ที่หน้าเวบของมหาวิทยาลัยนั้น แต่บางที่ก้จะส่งใบสมัครมาให้ฝ่ายวิเทศสัมพันธืของมหาวิทยาลัยด้วย)
เเล้วกรอกเอกสาร เขียนเรียงความ เตรียมใบทรานสคริป บลาๆ
แล้วแต่ตามแต่ละมหาลัยเขาจะระบุในเอกสารสมัคร

จากนั้นก็ยื่นสมัคร ผ่านทางฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ของคณะ
ซึ่งเขาก้จะเอาไปคัดเลือกอีกที ว่าจะส่งใครไปสมัครทุนนั้นๆ เพราะบางทุนก้มีคนสมัครมาเกินกว่าจำนวนที่รับ
(คาดว่าน่าจะดูจะเกรดเป็นหลัก ความประพฤติเป็นรองค่ะ -*-)
ตอนนั้น จริงๆแล้วอยากไป โออิตะ เมืองบ่อน้ำร้อน ที่อยู่แถบคิวชู
แต่เห็นเพื่อนสมัครไปแล้ว เลยเปลี่ยนที่ดีกว่า

แล้วก้มาเจอทุนของมหาวิทยาลัยริวกิว โอกินาว่า ซึ่งไม่ม่ีคนสมัครเลย
อาจเป็นเพราะโอกินาว่าอยู่ค่อนข้างไกลจากเกาะใหญ่ ทำให้เข้าใจว่าเดินทางท่องเที่ยวลำบาก
ทุกคนเลยสนใจทุนมหาวิทยาลัยที่อยู่เกาะใหญ่กันมากกว่า


ตอนนั้น ยอมรับเลยว่าตัวเองไม่มีความรู้ใดๆเกี่ยวกับเมืองนี้เลย นอกจากว่าเป็นเมืองที่มีทะเลสวย

- -
บางทีก็เอือมตัวเองเหมือนกัน 555
เลือกแบบไม่รู้อะไรเลย



พอสมัครไปเรียบร้อยแล้วถึงมาค้นหาประวัติของโอกินาว่าดูในอินเตอร์เน็ตและหนังสือต่างๆ


โปรแกรมที่เลือกสมัครชื่อว่าSTRP เลือกMajor studies course สังกัดคณะLaw and Letterค่ะ




----------------------------------------------
มารู้จักเมืองโอกินาว่าที่รักของใหม่กันค่ะ

โอกินาว่า เมืองชายทะเลเล็กๆ อากาศดี ผู้คนน่ารักครุคริ
โอกินาว่าอยู่ห่างจากเกาะใหญ่ของญี่ปุ่น
จนบางแผนที่ก็ไม่ได้นับโอกินาว่าว่าเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น(น่าสงสารจุง)

เมื่อก่อน โอกินาว่าเป็นอาณาจักรหนึ่งที่เรียกว่า 'ริวกิว' 琉球王国
แล้วในภายหลังถึงถูกผนวกรวมเข้ากับญี่ปุ่น
ทำให้วัฒนธรรมของโอกินาว่ามีความเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากเกาะใหญ่อย่างมาก
(ลองดูหนังเรื่อง Tempest มาซึรุ วีรสตรีกู้บัลลังค์ ได้ค่ะ จะทำให้เข้าใจได้คร่าวๆ)
โอกินาว่าเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะริวกิว ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น
สภาพอากาศร้อนชื้น คล้ายกับเมืองไทย มีพายุเข้าบ่อยครั้ง
เป็นที่ตั้งของฐานทัพอเมริกา ทำให้ในเกาะมีฝรั่งอยู่เกือบครึ่งเลยทีเดียว
ซึ่งย่านที่คนอเมริกาอยู่ ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นอีกเมืองนึงไปเลยค่ะ

ในหมู่เหาะริวกิวนี้ก็จะมีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจัดกระจายในวงกว้าง
ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายสีขาว น้ำทะเลสีคราม และเป็นแหล่งดำน้ำอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียวค่ะ